We Create ElegantOnline Marketing Platforms for Thai SMEs

Semantic Touch นำเทคโนโลยีล่าสุดบนโลกอินเตอร์เน็ตมาผสมผสานเข้ากับไอเดียทางการตลาดที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับ
ผู้ประกอบการ SME ไทย เราสร้าง Website ที่สวยงามเหมาะสมกับภาพลักษน์ของ Brand และสามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้อย่างแท้จริงและตรงจุด

Who is Semantic Touch?

Semantic Touch คือ กลุ่มคนที่สร้างการสื่อสารและความสัมพันธ์ระหว่าง Brand กับกลุ่มเป้าหมายบนโลกอินเตอร์เน็ต โดยการผสมผสานกลยุทธ์ทางการตลาดเข้ากับ ดีไซน์ที่สวยงาม, User Interface ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้, และการจัดการเนื้อหาให้มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย

What to expect?

สิ่งที่เรานำเสนอไม่ใช่ Website ที่มีรูปแบบเดิมๆ แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ถูกทำขึ้นเพื่อคุณโดยเฉพาะ วิธีการทำงานที่ใกล้ชิดกับลูกค้า ทำให้เรารับรู้และเข้าใจถึงสิ่งที่คุณต้องการอย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถผนวกไอเดียทางการตลาดที่เหมาะสมเข้ากับระบบ Website ของคุณ ไม่ต้องกังวลกับการจัดการ Website ในระยะยาว เพราะคุณสามารถปรับปรุงและแก้ไขเนื้อหาได้ด้วยตัวเอง

Fresh from the blog

Why your business should be on Facebook? - Facebook Fan Page สำหรับผมแล้วมันไม่ใช่ทางเลือก แต่มันเป็นช่องทางในการทำการตลาด (Marketing Platform) ที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจในปัจจุบัน อาจจะสำคัญมากกว่าการมีเวปไซท์เป็นของตัวเองในบางกรณีด้วยซ้ำ เพราะอะไร ก็เพราะมันเป็นโลกที่มีคนจำนวนมากอาศัยอยู่ในนั้น มันมีชีวิตชีวาและมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา... read more

549/9 Soi Sathupradit 34 Sathupradit Rd., Bangpongpang, Yannawa Bangkok, Thailand 10120 | +(66) 8 1358 0878 | Drop us a line

6 Steps of How We Create an Awesome Website

  1. We always start with a meeting

    Website คือ ช่องทางการตลาดที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับผู้ประกอบการ SME เราจึงพยายามที่จะเข้าไปพูดคุย ทำความเข้าใจ เพื่อที่จะสร้างไอเดียที่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจของคุณได้อย่างตรงจุด

  2. Research, wireframe, and feedback

    เรานำข้อมูลที่ได้รับ มาศึกษาลักษณะของธุรกิจและพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แล้วกำหนดวิธีการสื่อสารที่จะใช้บน Website แล้วนำเสนอผ่านแบบร่าง เพื่อให้เห็นถึงกรอบแนวคิดคร่าวๆ และเป็นฐานที่เราจะใช้เพื่อรับฟังข้อชี้แนะเพิ่มเติมจากคุณ

  3. Put our creative hats on

    หลังจากได้ข้อตกลงใน Concept ของ Website ก็มาถึงขั้นตอนการออกแบบสร้างสรรค์ นักออกแบบของเราจะสร้าง Artworks ที่เข้ากับ Brand Identity มาให้คุณพิจารณา งานออกแบบจะถูกส่งกลับไปกลับมาและจะถูกดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมงานของเรา

  4. Developing the front end

    Website จะถูกสร้างทันทีโดยใช้ Validated Semantic HTML Markup เป็นพื้นฐาน ผสมผสานเข้ากับ CSS และ Javascript โดยยึดหลัก Progressive Enhancement เพื่อทำให้โครงสร้างของ Website ของคุณเป็นมิตรต่อ Search Engine ให้มากที่สุด คุณสามารถเห็นตัวอย่างของ Website จริง หลังจากที่เราตรวจสอบความสมบูรณ์ของขั้นตอนนี้

  5. Integrating CMS components

    เราใส่ใจในทุกรายละเอียดและยึดเอาหลักวิธีการที่ดีที่สุดในการรวมเอาระบบ Database, ระบบ E-Commerce, หรือระบบการบริหารข้อมูล (CMS) เข้ามาใส่ใน Website ของคุณ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบ Web Application ของคุณจะมีประสิทธิภาพและใช้งานได้ง่ายอย่างสูงสุด

  6. Site launching and fine tuning

    ได้เวลาเปิดตัว Website ภายใต้ชื่อ Domain ของคุณ แต่หน้าที่ของ Semantic Touch จะยังไม่จบ เราจะต้องมั่นใจว่า Search Engine ได้รับรู้ถึงการปรากฎตัวของ Website ของคุณเป็นที่เรียบร้อย, วิเคราะห์การใช้งานและผลตอบรับจากผู้ใช้งานจริง, และปรับปรุงให้ทุกระบบของ Website สามารถตอบโจทย์ของคุณให้ได้อย่างสมบูรณ์

It's really easy to get started

Take or web design and development questionnaire here Let's Begin with Questionnaire

Why can't you just throw me the number?

เพราะเราไม่อยากทำ Website แบบขอไปที เราใส่ใจในรายละเอียดกกับทุกๆ งานที่เราทำ ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกราคาได้ จนกว่าจะสรุปเอาองค์ประกอบที่จะผลักดันให้ Website ของคุณประสปความสำเร็จ

ราคาของเราจะแปรผันตามความยุ่งยากของระบบ Website ไม่กี่หน้าที่ไม่ต้องการความสามารถที่สูงนักจะมีราคาย่อมเยากว่า Website ขนาดใหญ่ที่มีระบบจัดการข้อมูลอันซับซ้อน


549/9 Soi Sathupradit 34 Sathupradit Rd., Bangpongpang, Yannawa Bangkok, Thailand 10120 | +(66) 8 1358 0878 | Drop us a line

Each project has its unique story


549/9 Soi Sathupradit 34 Sathupradit Rd., Bangpongpang, Yannawa Bangkok, Thailand 10120 | +(66) 8 1358 0878 | Drop us a line

 

Semantic Blog

1704-2012

Why your business should be on Facebook?

By: Nutthaseth Sirinanthananon in Online Marketing | Add your comment


Why your business should be on Facebook?

คำตอบสั้นๆ ครับ เพราะลูกค้าในปัจจุบันและในอนาคตของคุณอยู่บน Facebook

Facebook Fan Page สำหรับผมแล้วมันไม่ใช่ทางเลือก แต่มันเป็นช่องทางในการทำการตลาด (Marketing Platform) ที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจในปัจจุบัน อาจจะสำคัญมากกว่าการมีเวปไซท์เป็นของตัวเองในบางกรณีด้วยซ้ำ เพราะอะไร ก็เพราะมันเป็นโลกที่มีคนจำนวนมากอาศัยอยู่ในนั้น มันมีชีวิตชีวาและมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ผมได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเจ้าของ ธุรกิจ SME หลายๆ ท่านทราบถึงความสำคัญและอยากจะเริ่มใช้ประโยชน์จาก Facebook ในการประกอบธุรกิจ แต่ก็มีอีกหลายๆ ท่านที่ยังสงสัยว่าจะใช้ Facebook ดีไหม ในบทความนี้ผมอยากที่จะเล่าถึง 4 สาเหตุหลักที่เจ้าของกิจการควรใช้ Facebook ในการประกอบธุรกิจ

 

ลูกค้า (และคู่แข่ง) ของคุณใช้ Facebook

  • ในปี 2011 มีผู้ใช้งาน Facebook จากทั่วโลกมากถึง 845 ล้านคน
  • 80% ของประชากรไทยที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หรือกว่า 14 ล้านคน ใช้งาน Facebook  

ผู้ใช้งาน Facebook ในประเทศไทย

ลองคิดดูกันเล่นๆ ถึงรายรับที่เราสามารถหาได้จากการขายสินค้าในราคา 5 บาทให้กับแค่ 10% ของประชากรไทยที่ใช้งาน Facebook ดูซิครับ 7 ล้านบาทอาจจะดูไม่เยอะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่สำหรับ ธุรกิจ SME แล้วนี่เป็นตลาดที่มีอยู่จริงและสดใสมากเสียด้วย

ผลจากการแบ่งผู้ใช้งาน Facebook ในประเทศไทยตามช่วงอายุด้วย Facebook Advertising Tool ทำให้เราทราบว่า ผู้ใช้งาน Facebook ในบ้านเราส่วนใหญ่อายุยังน้อย โดยมีสัดส่วนของนักศึกษามหาลัยและวัยทำงานรวมกันถึง 63% หรือประมาณ 8.8 ล้านคน แต่อย่าพึ่งด่วนสรุปว่า คนที่มีอายุ (35+)ในประเทศไทยไม่ได้ใช้ Facebook นะครับ เพราะจากข้อมูล มีถึง 2.4 ล้านคนทีเดียว

ผู้ใช้งาน Facebook ในประเทศไทยตามช่วงอายุ

ปัจจุบันมี Facebook Fan Page ในประเทศไทยมากกว่า 4 หมื่นเพจ ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ประกอบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีเพียง 8 พันรายเท่านั้น เราสามารถสรุปอะไรได้จากข้อมูลนี้บ้าง:

  • การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในบ้านเราอาจจะยังไม่ได้รับความนิยม หรือ
  • มีผู้ประกอบการจำนวนมากใช้ Facebook ในการเข้าถึงและติดต่อกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

หากมองการที่ยังไม่ได้ใช้ Facebook กับธุรกิจของคุณในแง่ดี คุณก็แค่สูญเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจ แต่ถ้าหากมองในแง่ร้าย คุณกำลังปล่อยให้คู่แข่งแย่งลูกค้าของคุณไปนะครับ

 

สื่อสารได้ง่ายขึ้นและเร็วกว่าบน Facebook

หลายๆ ท่านที่มีเวบไซท์ คงจะรู้สึกลำบากเวลาที่ต้องการสื่อสารข้อความสั้นๆ กับกลุ่มเป้าหมาย เพราะส่วนใหญ่ หน้าการแจ้งข่าวสารหรือกิจกรรมบนเวบไซท์จะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับกับข้อความสั้นๆ ถ้าใส่แค่ข้อความอย่างเดียว หน้าๆ นั้นก็จะดูด้วนๆ ไม่สวยเท่าไร ทำให้เราต้องเสียเวลาออกแบบรูปภาพและจัดหน้าอีก แต่กรณีดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นบน Facebook

เนื้อหาหรือข้อความที่คุณต้องการจะสื่อสาร คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด และ Facebook ช่วยให้คุณไม่ต้องปวดหัวกับการจัดหน้าหรือเสียเวลากับสิ่งที่สำคัญน้อยกว่า เมื่อไรก็ตามที่คุณมีข้อความที่อยากจะให้กลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ ก็แค่พิมพ์ Update ลงไปบน Statusข้อความของคุณก็จะปรากฎอยู่บน Facebook Fan Page ทันที คุณยังสามารถที่จะเพิ่มรูปภาพ, ใส่ลิงก์ URLหรือแม้แต่วีดีโอไปพร้อมๆ กับข้อความเพื่อช่วยถ่ายทอดเนื้อหาออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Facebook สร้างโลกของตัวเองออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูล และแบ่งปันสิ่งต่างๆ ได้ง่ายผ่านคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, และอุปกรณ์แท็บเล็ต บนแพลตฟอร์มต่างๆ ได้อย่างสะดวกและเป็นเอกภาพ และนี่คงเป็นสาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้เรื่องราวต่างๆ บน Facebook ถูกกระจายต่อออกไปได้อย่างรวดเร็ว

โดยเฉลี่ยแล้วคน 1 คนจะมีเพื่อนอยู่บน Facebook ถึง 130 คน ดังนั้นหากข้อความหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายของคุณน่าสนใจ โอกาสที่ข้อความนั้นจะถูกกระจายออกไปผ่านการบอกต่อแบบปากต่อปาก (Viral) สู่คนนับล้านก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะบน Facebook ผู้คนมักจะพูดถึงและส่งต่อสิ่งที่น่าสนใจในวงเพื่อนของตนอยู่เสมอ

 

Facebook มีความคุ้มค่าน่าลงทุนกว่า

ในอดีต การมีเวปไซท์ดูจะเป็นทางออกเดียว หากเราต้องการที่จะมี Online Presence เป็นของตัวเองสำหรับใช้เป็นสถานที่ติดต่อกับลูกค้าบนอินเทอร์เน็ทใช่ไหมครับ แต่ในปัจจุบันเรามี Social Network ต่างๆ อาทิเช่น Facebook หรือ Twitterเป็นทางเลือกในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งไม่ว่าจะเลือกใช้อย่างไหนเป็นสื่อทางการตลาด มันก็มีค่าใช้จ่ายที่คุณจะต้องลงทุนด้วยกันทั้งนั้น

ผมคิดว่าการมี Online Marketing Platformไม่ว่าจะเป็นเวปไซท์ หรือ Facebook Fan Page จัดว่าเป็นการลงทุนระยะยาวซึ่งต้องอาศัยความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากทีเดียว เพราะมันไม่เหมือนกับสื่อทางการตลาดอื่น อย่างเช่น โฆษณาบนหนังสือพิมพ์, วิทยุ, หรือโทรทัศน์ที่พอจัดทำเสร็จ ลงสื่อเสร็จ ก็เสร็จกันไป  บนโลก Online เราจะต้องไม่หยุดนิ่งและขยันสรรหาสิ่งที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายสนใจมานำเสนอ เพื่อสร้างความมีส่วนรวมและรักษาฐานลูกค้าเอาไว้

แม้ว่าคุณจะสามารถสร้าง Facebook Fan Page สำหรับธุรกิจของคุณได้ฟรี แต่อย่าพึ่งเหมารวมว่า การทำการตลาดบน Facebook จะฟรีเสมอไปนะครับ เพราะที่จริงแล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับ Online Marketing Platform มีมากกว่านั้นและอาจจะแบ่งออกได้เป็นส่วนๆ ซึ่งสัมพันธ์กับ 1) การจัดทำ 2) การสร้างเนื้อหาหรือข้อความ 3) การประชาสัมพันธ์ 4) การดูแลรักษา และ 5) การ Upgrade เพิ่มความสามารถให้กับระบบ

สมมุติว่าผมต้องการที่จะมี Online Marketing Platformเป็นของตัวเองเพื่อเป็นฐานในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยผมมีงบประมานในการการสร้างข้อความชิ้นนั้นอยู่ 8,500 บาทและมีงบในการประชาสัมพันธ์ข้อความนั้นอยู่ 5,000 บาท ข้อแตกต่างที่เราสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนระหว่าง การพัฒนาเวบไซท์และการใช้ Facebook Fan Page ก็คือ ค่าใช้จ่ายในการจัดทำ และการดูแลรักษา

ประเภทค่าใช้จ่าย

เวบไซท์

Facebook Fan Page

การจัดทำ

ออกแบบและพัฒนาเวบไซท์
25,000 บาท

สร้างและตกแต่ง Fan Page
0 - 1,000 บาท

การสร้างเนื้อหา

บทความ+รูปภาพ+วีดีโอ
8,500 บาท

การประชาสัมพันธ์

SEO, Google AdWords,
การวาง Banner, Link Building
5,000 บาท

โฆษณาบน Facebook,
Share บนหน้า Wall
5,000 บาท

การดูแลรักษา

Web Hosting
3,600 บาท/ปี

-

การเพิ่มความสามารถ

เขียนโปรแกรมเพิ่มเติม
25,000 บาท

Facebook App
6,000 บาท/ปี

รวมค่าใช้จ่าย

67,100 บาท

21,500 บาท

และหากเงิน 5,000 บาทที่เราใช้ไปในการประชาสัมพันธ์เนื้อหาสามารถ ดึงคนกลับมาที่เวบไซท์และ Facebook Fan Page ได้ 1,000 คนเท่ากัน คุณคิดว่าทางไหนจะคุ้มค่ามากกว่าครับ?สำหรับผมการลงทุนโฆษณาบน Facebook Fan Pageคุ้มค่ามากกว่าเพราะ:

  • เมื่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้รับทราบข้อมูลข่าวสารจากผมแล้วคิดว่าข้อความของผมน่าสนใจหรือมีประโยชน์ พวกเค้ามีสิทธิที่จะส่งต่อข้อความนั้นๆ ไปหาเพื่อนในวงของตัวเอง
  • โดยธรรมชาติแล้วพวกเขาจะกด Like หากชอบในสิ่งที่ผมนำเสนอบน Facebook Fan Page นั่นเป็นการเพิ่มโอกาสที่ผมจะสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้ง่ายขึ้นในอนาคต

เมื่อธุรกิจของผมเติบโตขึ้น แน่นอนผมก็อยากที่จะเพิ่มความสามารถให้กับเวบไซท์ของผม ซึ่งผมก็จะต้อง เขียนโปรแกรมพัฒนาระบบเพิ่มเติม ซึ่งนอกจากจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นแล้ว การพัฒนาอาจจะต้องใช้เวลามากจนเสร็จไม่ทันกับความต้องการอีกด้วย ต่างกับ Facebook Fan Pageที่ผมสามารถเลือกใช้ Application เพื่อขยายความสามารถได้ทันที ยกตัวอย่างเช่น หากผมต้องการระบบหน้าร้าน ผมก็แค่ติดตั้ง BentoWeb เข้ากับหน้า Facebook Fan Page ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว Application เหล่านี้จะมีความสมบูรณ์และมีราคาต่ำกว่าการพัฒนาเองอยู่มาก

 

Facebook ช่วยให้คุณเพิ่มฐานลูกค้าได้ง่ายขึ้น

นอกจากข้อความของคุณจะถูกส่งต่อออกไปแบบปากต่อปาก และโอกาสที่ธุรกิจของคุณจะถูกติดตามผ่านการกด Like แล้ว เมื่อไรที่คุณต้องการโฆษณาเพื่อให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น, Facebook Advertising Toolจะช่วยให้คุณใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสามารถเลือกกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างละเอียด (มาก) ตั้งแต่ความสนใจ, การศึกษา, ตำแหน่งงาน, บริษัทที่ทำงานอยู่, ไปจนถึงสถานภาพสมรสเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นที่กำลังจะเปิดตัวใน Siam Square คุณสามารถใช้ Facebook เพื่อกรองเอาเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการจะสื่อสารด้วย ยกตัวอย่างเช่น นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ชอบอาหารญี่ปุ่น ไว้ในบทความหน้าผมค่อยมาแนะนำวิธีการก็แล้วกันนะครับ

Facebook ช่วยให้คุณเพิ่มฐานลูกค้าได้ง่ายขึ้น

นอกจาก Facebook Fan Page จะใช้สำหรับโปรโมตธุรกิจแล้ว มันยังเป็นสถานที่สำหรับรวมตัวของผู้ทีรักและสนใจในสิ่งเดียวกันได้เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน คุณสามารถรู้ได้ทันทีว่าชุมชนไหนมีขนาดใหญ่หรือมีขนาดเล็กผ่านจำนวน Like บนหน้า Fan Pageซึ่งการค้นหาและติดตาม Fan Page ที่ใกล้เคียงและสอดคล้องกับธุรกิจของคุณถือเป็นสิ่งจำเป็นนะครับ โดยสิ่งที่สำคัญ คือการ ฟังและพยายามทำความเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของพวกเขา และร่วมสนทนา อย่างจริงใจ อย่าลืมว่า Social Media ไม่ได้เป็นสื่อสำหรับการเผยแพร่ (ตะโกน) ข้อความของคุณ แต่มันช่วยให้เราเข้าถึงและเข้าใจในกลุ่มเป้าหมายของเรามากกว่า

ยกตัวอย่างเช่น:

หากคุณทำธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย คุณก็ควรติดตาม Fan Page ของ theTripPacker เพราะเพจนี้พูดถึงและนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว, โรงแรม, และร้านอาหารที่น่าสนใจในประเทศไทยมาโดยตลอด

หลักการทั้งหมดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศไทย เราสามารถใช้ Facebook เป็น Platform การสื่อสารเพื่อขยายฐานลูกค้าออกสู่ต่างประเทศได้อีกด้วยนะครับ

 

The Takeaway

เป็นบทความที่ยาวมาก ไม่รู้ว่าจะมีใครทนอ่านจนจบหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ คือ Facebook Fan Page เป็น Online Marketing Platform ที่ธุรกิจของคุณควรจะเริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจังเพราะว่า

  • มีผู้คนจำนวนมากใช้งาน Facebook จากทั่วทุกมุมโลก
  • คุณสามารถสื่อสารผ่าน Facebook ได้ง่ายขึ้นและเร็วกว่า
  • Facebook เป็นสื่อทางการตลาดที่คุ้มค่าน่าลงทุน
  • คุณสามารถใช้ Facebook เพื่อขยายฐานลูกค้าออกไปได้ง่ายขึ้นอีกด้วย